omniture

Asia Plantation Capital Berhad เดินหน้าขยายการลงทุนในมาเลเซีย

Asia Plantation Capital Berhad
2016-05-03 09:41 627

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย, 3 อาจ /พีอาร์นิวส์ไวร์/ -- เพื่อเป็นการปรับกลยุทธ์การขยายธุรกิจในมาเลเซีย ทางบริษัท Asia Plantation Capital Berhad ผู้บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนพร้อมรางวัลการันตีคุณภาพ จึงได้ร่วมมือกับเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็กถึงขนาดกลางหลายรายในประเทศมาเลเซีย Asia Plantation Capital เป็นผู้บุกเบิกการปลูกไม้กฤษณามาตั้งแต่ปี 2552 และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำตลาดในแง่ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคที่ใช้ในการปลูกเชื้อเพื่อกระตุ้นแก่นไม้เรซินของต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรีย

ต้นกฤษณาที่ได้รับการปลูกเชื้อเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เริ่มผลิตยางไม้ออกมาเมื่อผ่านไปเพียง 3 เดือน (ดูจากบริเวณที่เป็นสีเข้ม)
ต้นกฤษณาที่ได้รับการปลูกเชื้อเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เริ่มผลิตยางไม้ออกมาเมื่อผ่านไปเพียง 3 เดือน (ดูจากบริเวณที่เป็นสีเข้ม)

 

แซลลี่ ฝู ผู้บริหาร และเวอโรนิกา ลี ผู้อำนวยการบริษัท Eco BlackGold พร้อมด้วยไม้กฤษณาล้ำค่าอายุ 80 ปี ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของ Asia Plantation Capital ในกรุงกัวลาลัมเปอร์
แซลลี่ ฝู ผู้บริหาร และเวอโรนิกา ลี ผู้อำนวยการบริษัท Eco BlackGold พร้อมด้วยไม้กฤษณาล้ำค่าอายุ 80 ปี ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของ Asia Plantation Capital ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

จุดประสงค์ของการร่วมทุนกับเจ้าของพื้นที่เพาะปลูกหลายรายคือ การให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่เจ้าของพื้นที่เพาะปลูกที่ขาดทักษะและความชำนาญ เพื่อให้สามารถบริหารพื้นที่ปลูกต้นกฤษณาได้ด้วยตัวเอง โดยพันธมิตรสำคัญรายหนึ่งคือบริษัท Eco BlackGold ที่ได้ร่วมทุนกับ Asia Plantation Capital มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 

Eco BlackGold มีที่ดินสำหรับเพาะปลูก 2 ผืน ขนาด 4 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ในรัฐเนเกรีเซมบิลัน ทางตอนใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ และนับตั้งแต่ที่ได้ลงนามข้อตกลงระยะเวลา 5 ปี กับ Asia Plantation Capital ทาง Eco BlackGold ก็ได้ปลูกต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรีย ไซเนนซิส ไปแล้วทั้งสิ้น 5,655 ต้น และในเดือนเมษายน 2559 บริษัทได้ต้นกฤษณาโตเต็มวัยมาอีก 2,345 ต้น รวมทั้งสิ้น 8,000 ต้น   

"Asia Plantation Capital เป็นผู้นำด้านการบริหารพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืน" สตีฟ วัตส์ ซีอีโอของ Asia Plantations Capital ประจำเอเชียแปซิฟิก กล่าว "เราพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจว่าจะทำงานร่วมกับใคร และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Eco BlackGold ในการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก Eco BlackGold คือพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของเรา ซึ่งให้การสนับสนุนและตอบรับแนวคิดการทำงานของเราอย่างเต็มที่ ตลอดปีที่ผ่านมา เราได้ใช้เทคโนโลยีอันเป็นกรรมสิทธิ์ของเราในการปลูกเชื้อต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรีย 2,627 ต้นในพื้นที่เพาะปลูกแห่งนี้ ซึ่งเห็นผลลัพธ์ในเวลาไม่นาน และเรามั่นใจว่าจะสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอต่อไป"

เขากล่าวเสริมว่า "ผมเชื่อว่าการทำงานร่วมกันของทั้งสองบริษัทจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการพัฒนาและความยั่งยืนของไม้กฤษณาพันธุ์เอควิลาเรีย และอาจสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมด้วย เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และคว้าโอกาสที่ลอยมาหาเราอยู่ตลอดเวลาเพื่อเติบโตต่อไป"

แซลลี่ ฝู ผู้บริหารของ Eco BlackGold กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของ Asia Plantation Capital เข้ากับการเพาะปลูกต้นกฤษณาของเรา ซึ่งนับได้ว่าเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ เมื่อครั้งที่เราได้พบกับ Asia Plantation Capital เราก็รู้ทันทีว่าเรามีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพราะเราต่างก็กังวลกับอนาคตของพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้ เรามั่นใจว่าตัดสินใจถูกที่ทำงานร่วมกับ Asia Plantation Capital และอนุญาตให้เข้ามาจัดการการปลูกไม้กฤษณาอย่างยั่งยืน พร้อมกับผลิตไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาให้ได้คุณภาพและปริมาณสูงสุดอย่างต่อเนื่อง"

นอกจากนี้ Eco BlackGold ยังให้ Asia Plantation Capital ยืมไม้กฤษณาล้ำค่าอายุ 80 ปีไปไว้ที่สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค ซึ่งเพิ่งเปิดทำการอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนที่แล้ว ณ ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

ตามธรรมชาติแล้ว ต้นกฤษณาที่ติดเชื้อจะเริ่มผลิตยางไม้หลังผ่านไป 20 ปีหรือนานกว่านั้น แต่ในพื้นที่เพาะปลูกของ Asia Plantation Capital ที่มีการบริหารจัดการอย่างดี ต้นกฤษณาสามารถผลิตยางไม้ได้ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี และพร้อมที่จะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท

จนถึงปัจจุบัน Asia Plantation Capital ได้ปลูกเชื้อต้นกฤษณาพันธุ์เอควิลาเรียไปแล้วทั้งสิ้น 3,482 ต้นในมาเลเซีย ต้นกฤษณาเหล่านี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยทีมพัฒนาและวิจัยของบริษัท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญชื่อดังระดับโลก โดยจะมีการใช้ป้ายแท็กติด GPS กับต้นกฤษณาแต่ละต้น นอกจากนั้นยังมีการตรวจสอบต้นกฤษณาทุกๆ 3 เดือน ไปจนกว่าจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว

การร่วมทุนครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ Asia Plantation Capital เพื่อขยายการลงทุนและการดำเนินงานในมาเลเซียภายในระยะเวลาหลายปีจากนี้

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ:

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

ซาอาฮิรา มูฮัมหมัด
ผู้บริหารอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: zaahira@asiaplantationcapital.com  
สำนักงาน: +6012 203 5344

ซาแมนธา ธาม
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด
อีเมล: samantha.tham@asiaplantationcapital.com 
มือถือ: +65 9144 0933

เกี่ยวกับ Asia Plantation Capital

Asia Plantation Capital Berhad ในมาเลเซีย กำลังทุ่มลงทุนอย่างมหาศาลในภาคการเพาะปลูกของมาเลเซีย โดยได้มีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกใหม่ๆและโรงงานผลิตไม้กฤษณา รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ บริษัทได้ย้ายสำนักงานใหญ่มาที่ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อเน้นทำธุรกิจในมาเลเซีย หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วได้เปิดโรงงานแปรรูปไม้กฤษณาและโรงกลั่นน้ำมันกฤษณาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย

Asia Plantation Capital Group เป็นผู้ดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย บริษัทมีโครงการต่างๆใน 4 ทวีป และมีพนักงานกว่า 2,000 คนทั่วโลก สำหรับคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของเราซึ่งเป็นผู้นำในวงการนั้น ประกอบด้วยนักวิชาการระดับแนวหน้าจากนานาประเทศ (จีน ไทย มาเลเซีย อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ที่ร่วมกันพัฒนารวมถึงจดสิทธิบัตรระบบและเทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรม

รูปภาพ - http://photos.prnasia.com/prnh/20160427/8521602718-a 
รูปภาพ - http://photos.prnasia.com/prnh/20160427/8521602718-b

Source: Asia Plantation Capital Berhad
Keywords: Agriculture Banking/Financial Service Corporate Expansion